ผมยังจำวันแรก ที่ต้องจากบ้านไปไกลได้ดี มันเป็นบ่ายวันอาทิตย์ ที่ทั้งเงียบเหงา และวุ่นวายไปพร้อมๆกัน เพราะเป็นวันสุดท้าย ก่อนจะเปิดเทอม2 ของนร.ชั้นม.1อย่างผม และเพื่อนๆ มันเหมือนเป็นการสิ้นสุดอิสรภาพบางอย่างที่เราอุตส่าห์ปรับตัวให้ชินได้แล้วตลอดช่วงปิดเทอม แต่ถึงอย่างนั้น หลายคนก็อยากให้โรงเรียนเปิดเทอมไวๆ เพื่อจะกลับไปรวมแก๊งค์กันอีกครั้ง ยกเว้นผม
v
v
v
v
v
v
v
v
ต่อ(น้องตัน) : พ่อๆ ใกล้ถึงยังฮะ
พ่อ : ยังลูก ต้องข้ามแม่น้ำบางปะกงไปก่อน
แม่ : เอ้า! เร็วเข้าต่อ ถ้าต่ออยากได้อะไร ให้กลั้นหายใจ แล้วขอตอนที่รถกำลังข้ามสะพานนะลูก
ต่อ : จริงหรอแม่
แม่ : แต่ห้ามแอบหายใจก่อนรถจะลงจากสะพานนะ
ต่อ : พี่ต้นกลั้นหายใจสิ
v
v
v
v
v
v
v
v
เพ้ง : เฮ้ย พวกมึงรู้มั้ยทำไมโรงเรียนเราถึงต้องสร้างสระว่ายน้ำใหม่ ก็เพราะสระเก่าที่อยู่หลังโรงเรียนเคยมีเด็กหอกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย แล้วเด็กคนนั้นเรียนชั้นม.1เหมือนพวกเราเนี่ยแหละ และที่สำคัญมันเคยอยู่หอนี้ด้วย สระนั่นน่ะก็เลยถูกปิดตายมา10กว่าปีแล้ว รุ่นพี่เม่งเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นน่ะ ครูปราณีแทบจะเป็นบ้าเลยหล่ะ
ป๊อก : ช่าย ก็ว่าแกเปลี่ยนไปเลย
เต้ย : ดูดิ ตอนนี้ก็เพี้ยนไม่หายเลย
เพ้ง : มึงอยากรู้มั้ย ว่าเม่งเพี้ยนขนาดไหน มึงเคยเห็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงเก่าๆในห้องครูปราณีป่าววะ เม่งชอบฟังแต่เพลงเหี้ยอะไรก็ไม่รู้ ขนลุกฉิบหายเลย แล้ววันดีคืนดีเคยมีเห็นครูเม่งเอาแต่นั่งจ้องลิ้นชักแล้วร้องไห้ จนบัดเนี้ยก็ยังไม่มีใครรู้เลยว่าในลิ้นชักนั่นมันมีเหี้ยอะไร
เต้ย : โดเรม่อนป่าวจารย์
เพ้ง : โดเรม่อนพ่อมึงสิ มึงอยู่ๆไปมึงก็จะเห็นเองไอ่ชาตรี ดีไม่ดีนะครูปราณีนั่นแหละเป็นตัวการทำให้ลูกเค้าตาย แล้วผีเด็กนั่นเม่งก็โคตรดุเลย ใครไปนอนเตียงมันนะ โดนถีบตกเตียงไปไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่นแล้ว จนเค้าต้องสั่งเก็บเตียงไปเลย แต่วันนี้กูเม่งเห็นภารโรงยกเตียงออกมาจากห้องเก็บของ
ครูปราณี : นี่ ถึงเวลานอนไม่นอน เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าใครไม่ตื่นจะโดนไม้เรียว
v
v
v
v
v
v
v
v
วิเชียร : เฮ้ย ตากแบบนั้นน่ะ เดี๋ยวก็ได้ลงไปกองที่พื้นหมดหรอก ไอ่ราวตากผ้าเนี่ยเจ้าที่มันแรง ถ้าจะเบียดใครนะ มันก็ต้องมีชั้นเชิงกันหน่อย แล้วไอ่กางเกงใส่อาบน้ำเนี่ยใช้ประจำตัวเดียวก็พอแล้ว เดี๋ยวมันก็ขึ้นราทุกตัวหรอก
v
v
v
v
v
v
v
v
วิเชียร : เฮ้ย ตื่นสายหรอวะ
ชาตรี : อือ
วิเชียร : สอดรู้สอดเห็นเรื่องครูปราณีมากๆอ่ะ ระวังนะเว้ย
ชาตรี : อือ แล้วนายรู้ป่าววะ ทำไมครูปราณีเขาถึงแปลกๆ
วิเชียร : ก็เล่ากันไปเรือยอ่ะ ไอ่เรื่องผีเผอนั่นอีก มีที่ไหน
ชาตรี : อยู่นี่มานานแล้วหรอ
วิเชียร : ทำไม
ชาตรี : ป่าว ก็เห็นรู้ดีไปหมด
วิเชียร : อ่าวเหี้ย มึงไม่รู้หรอ กูอ่ะ "วิเชียร ช่ำชอง"นะเว้ย มึงรีบๆอาบเข้าเหอะ ครูจะลงมาแล้ว
v
v
v
v
v
v
v
v
วิเชียร : เฮ้ยชาตรี รอด้วยดิ เดินใจลอยอะไรอยู่วะ
ชาตรี : เคยหนีโรงเรียนป่ะ
วิเชียร : หนีไปไหน
ชาตรี : หนีกลับบ้านไง
วิเชียร : หนีทำไม อยู่ที่นี่สนุกจะตาย ไม่มีพ่อแม่คอยจ้ำจี้จ้ำไช
ชาตรี : หนุกกับผีน่ะดิ
วิเชียร : ใหม่ๆก็งี้แหละ เดี๋ยวก็ชอบ
ชาตรี :ไม่มีทางอ่ะ
v
v
v
v
v
v
v
ชาตรี : ซ่อมเสร็จแล้ว จะยืมไม่ใช่หรอ
วิเชียร : อืม
ชาตรี : รู้มั้ย มึงกะกูเหมือนกันตรงไหน ตรงที่ไม่มีตัวตนในสายตาคนอื่นไง
ชาตรี : เล่นดิ
วิเชียร : เล่นยังไง
ชาตรี : โธ่เอ้ย แค่นี้ก็ต้องให้สอน
v
v
v
v
v
v
v
วิเชียร : เฮ้ยไปไหนมาวะ พ่อมึงมาหาอ่ะ
ชาตรี : แล้วมึงล่ะหายหัวไปไหนมา
วิเชียร : มึงบอกไม่เคยมีใครเห็นมึงอยู่ในสายตา แล้วมึงล่ะ เห็นคนอื่นบ้างมั้ย
v
v
v
v
v
v
v
ผมยังจำวันแรก ที่พ่อมารับกลับบ้านได้ดีมันเป็นบ่ายวันศุกร์ที่ทุกอย่างคล้ายจะยังเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปแล้วคือตัวผม เทอมนี้ผมสูงขึ้นแค่ 2 เซนต์ ยังอีกนานกว่าจะโตเป็นหนุ่ม แต่การได้รู้จักกับวิเชียร ก็ทำให้ผมได้รู้อะไรมากขึ้น เพราะผมรู้เพียงว่าแค่การมีเพื่อนดีๆหนึ่งคนอยู่ข้างเรา ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะดีหรือร้าย ทุกอย่าง ก็เหมือนจะผ่านเราไป ในชั่วไม่กี่อึดใจเท่านั้น..
นึกว่าจะดีใจที่งดซะอีก